ปุจฉา วิสัชนา ๓ (หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต)




๑. หลวงปู่เจ้าค่ะ ขอเรียนถามข้อสงสัยในสมาธิ พอจิตดิฉันเข้าสู่ภวังค์จะรู้สึกเหมือนร่างกายหล่นจากที่สูงๆ มาก ลึกสุดประมาณ คืออะไรเจ้าค่ะ ดิฉันควรจะทำอย่างไร แต่มิได้เป็นบ่อยนะเจ้าค่ะ นานๆ ถึงจะเป็น ทำให้ดิฉันสงสัยว่าคืออะไร กราบขอหลวงปู่ช่วยให้ความกระจ่างแก่ผู้ด้อยความรู้ด้วยเจ้าค่ะ


๒. ดิฉันขอพึ่งบารมีหลวงปู่ให้ผ่อนหนักเป็นเบาด้วยเถิดค่ะ เรื่องมีว่า ดิฉันและสามีแต่งงานมา ๑๕ ปีแล้ว มารดาของสามีพยายามหาผู้หญิงมาให้สามีหลายคนแต่ไม่สำเร็จ แต่ในครั้งนี้ท่านพยายามากเหลือเกิน โดยพยายามนำผู้หญิงคนนี้มาบ้านเสมอ ดุด่าว่าดิฉัน ไม่ยอกให้ดิฉันไปไหนกับสามี เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้ไปแทน ท่านพยายามทำให้ลูกชายท่านเลิกกับดิฉันให้ได้ แต่สามีดิฉันเป็นคนมีใจเป็นธรรม พยายามอยู่ห่างผู้หญิงคนนี้ ดิฉันไม่มีที่พึ่งอื่นใด หากเป็นกรรมแต่ชาติปางก่อน ดิฉันขอให้หลวงปู่ช่วยให้กรรมนั้นเบาบางลงด้วยเถิดนะค่ะ


๓. ครูบาอาจารย์บางท่านนำคณะศิษย์ออกเดินธุดงค์ไปตามท้องถิ่นธุรกันดาร เพื่อแสวงความสงบทางจิต โดยมีพระภิกษุสามเณรและบางทีก็มีพ่อขาวติดตามไปด้วย ทำให้กระผมมีความคิดว่าฆราวาสถ้ามีสมาทานศีล ๘ ควรจะมีโอกาสออกเดินธุดงค์ติดตามพระอาจารย์ไปได้ดังเช่นพ่อขาวซึ่งก็สมาทานเพียงศีล ๘ เช่นกัน ดังนั้นกระผมจึงได้ชักชวนเพื่อนพ้องที่มีความเห็นตรงกันจัดตั้งชมรมธุดงค์กัมมัฏฐานธัมมะบูชาขึ้น เมื่อต้นปี ๒๕๒๙ มีสมาชิกของชมรมเกือบ ๒๐๐ คน ได้เคยพาคณะออกธุดงค์แสวงบุญไปตามจังหวัดต่างๆ ประมาณ ๗ ครั้งแล้ว ทุกๆ ครั้งได้นัดหมายครูบาอาจารย์ที่ท่านอยู่ใกล้บริเวณที่ออกธุดงค์นั้นไปเป็นองค์ควบคุมการปฏิบัติ ทั้งแสดงธรรมะนำทางด้วย สถานที่ๆ ไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นที่ๆ ครูบาอาจาีรย์ผู้ใหญ่ได้เคยไปพักปฏิบัติธรรมมาแล้ว การเดินทางของพวกกระผมแต่ละครั้งไม่เกิน ๑๐ คน ใช้เวลาประมาณ ๘ วัน สมาชิกทุกคนสมาทานศีล ๘ นุ่งขาวห่มขาวทานอาหารมื๊อเดียว ได้มีโอกาสอยู่ในถ้ำ้บ้าง อยู่ในป่าบ้าง กลางแจ้งบ้าง ตามแตาสถานที่จะพึงมี การเดินทางก็ย้ายไปเรื่อยๆ มีโอกาสใส่บาตรฟังธรรมเจริญภาวนาได้เต็มที่เป็นที่พึงพอใจของคณะที่ร่วมทางเพราะได้บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ อย่างครบถ้วน รู้สึกิ่มใจปิติใจกับทุกคน แต่ในที่สุดก็เกิดปัญหาขึ้นมาจนได้ครับ กระผมขอความเมตตาจากพระคุณเจ้าขอคำปรึกษาเพื่อความกระจ่างดังนี้ครับ

   - มีสมาชิกของชมรมหลายท่านแจ้งให้กระผมทราบว่า เมื่อก่อนเข้าพรรษาปี ๓๐ นี้ มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นผู้รู้ในเรื่องกิจกรรมของธุดงค์ดี ได้กล่าวเตือนสติว่า... การออกเดินธุดงค์เป็นกิจของพระภิกษุ สามเณร ไม่ใช่กิจที่ฆราวาสจะพึงนำมาปฏิบัติ

   - การออกธุดงค์ของพวกฆราวาสเป็นการเหนื่อยเปล่าๆ หมดเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่คุ้มค่า เป็นการไปเพื่อความสนุกสนานโดยมีพระภิกษุสามเณรเป็นผู้นำทัศนาจร

   - ธุดงควัตรซึ่งท่านผู้นั้นกล่าวว่าเป็นกิจกรรมเฉพาะพระภิกษุสามเณรนั้น ท่านว่าเป็นสิ่งอันเป็นมงคลสูงยิ่ง เมื่อฆราวาสนำไปปฏิบัติย่อมทำให้เกิดความวิบัติเป็นอัปมงคลต่อชีวิตและครอบครัว


๔. ดิฉันอยากจะขอเรียนถามหลวงปู่ถึงเรื่องการควบคุมจิตใจให้มีความสงบอยู่นานๆ และขออุบายหรือวิธีการในการทำสมาธิเพื่อให้จิจสงบเร็วขึ้นด้วยค่ะ


๕. การบวชชี การถือศีล ๘ สำหรับฆราวาสผู้ต้องทำงาน มีความสำคัญแค่ไหนเจ้าค่ะ


๖. การที่ดิฉันออกไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดโดยที่พ่อแม่ไม่ยินดี และไม่เห็นด้วยจะเป็นบาปกับดิฉันไหมเจ้าค่ะ ดิฉันยังไม่ได้แต่งงาน พ่อแม่ของดิฉันไม่ค่อยเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาจะทำบุญกับโรงพยาบาลเท่านั้น


๗. การจบการทำบุญ(สิ่งของ ปัจจัย) ที่ถูกควรทำอย่างไร ควรจบ (อธิฐานทุกครั้งหรือไม่ อย่างไรครับ เห็นบางครั้งจบตั้งนาน ส่วนผมบางทีก็จบว่าขอถวายเพื่อบูชาคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์สาวก หรือขอให้พบแต่สิ่งที่ดีงามและขอให้พ้นทุกข์(บางทีเผื่อบิดา มารดา ผู้มีพระคุณบางทีก็ขอให้มีปัญญาสติ)


คำถามชุดที่ ๘
๑. ผู้ที่บริจาคดวงตาให้กับโรงพยาบาลมีอานิสงส์ไหม
๒. เมื่อบริจาคดวงตา ถ้าเป็นบุญบารมี จะเป็นปัจจัยให้ได้ดวงตาเห็นธรรมได้หรือเปล่า
๓. จะเป็นอานิสงส์ให้ได้ถึงฌานถึงสมาบัติได้ไหมสุดท้ายพระนิพพานด้วย
๔. สมมติผู้บริจาคมีศรัทธา บริจาคมอบให้โรงพยาบาลแล้วอยู่มาอีกเป็นสิบปีจึงสิ้นชีวิต ลูกหลานเกิดเบี้ยวหรือไม่ยอมบอกให้หมอมาเอาดวงตาหรือลูกหลานลืมไม่ได้นึกถึงจึงไม่ได้เรียกหมอมาเอาดวงตา กรณีเช่นนี้ผู้ตายหรือผู้บริจาคจะได้บุญหรือานิสงส์ไหม
๕. มีผู้คนเขาพูดว่าให้ดวงตาเขาไปแล้ว เมื่อไปเกิดชาติหน้าภพหน้าจะเป็นคนพิการจริงหรือไม่
๖. บางคนก็ว่าสละดวงตาไปแล้วเป็นวิญญาณก็ดี หรือเป็นผี และไปเกิดในภพสัภเวสี จะไม่มีลูกตาดวงตา จริงหรือไม่
๗. เมื่อหมอเอาดวงตาไปแล้วใส่ให้ผู้อื่นเกิดใช้ไม่ได้ และดวงตานั้นเกิดเสียหาย หรือหมอทำผิดพลาดด้วยเหตุใดๆ ก็ดี จนดวงตาที่เอาไปนั้นใช้ไม่ได้เหตุการณ์เช่นนี้ผู้สละดวงตาจะได้อานิสงส์ไหม
๘. ผู้ที่บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล เพื่อให้บรรดาหมอและพยายามไปเรียนหรือศึกษาจะได้อานิสงค์ผลบุญหรือไม่อย่างไร เมื่อสิ้นชีวิตแล้วและชาติเบื้องหน้า
๙. เมื่อบริจาคดวงตาและร่างกายให้โรงพยาบาลโดยได้ทำการจดชื่อลงชื่อมอบให้แล้วกลับมาบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญบ้าน แล้วกรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร และสัตว์ผู้บริจาคได้ทำเอาไว้กับสัตว์นั้นจะได้หรือไม่ จะถูกต้องหรือไม่
๑๐. ถ้าถูกต้องทำได้ และถ้าทำบุญกรวดน้ำ ที่ได้บริจาคดวงตาหรือร่างกายไปแล้ว ภายหลังลูกหลานหรือหมอโรงพบาบาลเกิดทำผิดพลาดหรือลืมไป ไม่ได้เอาดวงตาร่างกายไปทำประโยชน์ดังที่ผู้บริจาคตั้งใจไว้ เมื่อผู้นั้นได้สิ้นชีวิจไปแล้วเช่นนี้จะเป็นเวรเป็นกรรมเป็นบาปแก่ผู้บริจาค และลูกหลานต่อไปหรือไม่ประการใด เพราะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแล้ว
๑๑. กระผมอยากทราบว่า สมัยพระพุทธโคดม ท่านยังทรงพระชมม์อยู่พระอรหันต์ที่เป็นภิกษุณีองค์แรกคือใคร มีพระนามว่ากระไรครับ


๙. การทำบุญกับพระสุปฏิปันโน มีพระโสดาบัน สกิทาคา อนาคาอรหันต์ได้บุญมากโดยลำดับหรือพระที่ท่านออกจากนิโรธสมาบัติ เนื่องจากทุนน้อยผมจึงอยากให้หลวงปู่ชี้แนะบอกวิธีสังเกตสังกา (จะได้ทำบุญไม่สูญเปล่าครับ) ว่าพระที่กล่าวมา มีลักษณะอะไรเป็นข้อสังเกต ข้อพิจารณา (อย่างนี้คนเขาก็เลือกทำกับพระอรหันต์ซิครับเพราะได้บุญมาก)


๑๐. การสร้างพระพุทธรูป แล้วอุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร แก้กรรมหนักให้เป็นเบาหรือหมดเลยได้จริงไหมครับ คนที่รับทำพิธีนี้เขาให้ข้อคิดว่า มีการทำบุญอะไรล่ะที่จะดีกว่าการสร้างพระพุทธรูปให้คนกราบไหว้บูชาหลวงปู่มีความเห้นอย่างไรครับที่เขาพูดจริงเท็จประการใด?


๑๑. หลานอยากทราบว่าอานิสงส์ของการทำบุญกฐิน เหตุใดจึงเรียกว่ากฐินเหตุใดจึงมีเฉพาะ ๑ เดือนหลังจากออกพรรษาแล้วเท่านั้น


๑๒. การทำบุญนี้คนรวยที่ทำบุญแต่ละครั้งด้วยเงิน ๑ ล้านบาท กับคนจนๆ ทำบุญแต่ละครั้งด้วยเงินครั้งละ ๑๐ บาทนั้น บุญกุศล และอานิสงส์แห่งบุญที่จะได้รับนั้นเท่าเทียมกันหรือไม่


๑๓. พระอริยสงฆ์หรือสุขวิปัสสโกท่านพ้นไปแล้ว โดยใช้สมถกรรมฐาน ๑ ส่วนแต่ใช้ปัญญาดีออกมา ๓ ส่วน แล้วท่านก็พ้นไป แต่จะให้ท่านกลับมาลดต่ำลงมาหมายถึงเครื่องรางของขลัง เรื่องใช้ฤทธิ์เดชช่วย ท่านไม่ทำแน่นอน ฉะนั้นท่านจึงช่วยบำบัดทุกข์และผู้มีปัญหาไม่ได้เท่าที่ควร ถูกต้องเพียงไร


๑๔. ปัจจุบันนี้พระอริยเจ้า ตั้งแต่โสดาจนถึงอรหันต์ มีจำนวนมากน้อยเที่ยบกับในอดีตเป็นอย่างไรครับ มีอะไรเป็นข้อวัดว่าท่านเป็นอริยภูมิได้ครับ


๑๕. เรื่องกฐิน ผมเคยได้ยินมาว่า ถ้าเราจะทำกฐินวัดใด พระในวัดนั้น ห้ามพูดบอกเกี่ยวกับเรื่องกฐินแค่ถ้าถามพระวัดอื่นๆ ก็ได้ไม่ผิด แต่หลวงปู่บอกว่า ถ้าพระบอกแล้วจะเป็นกฐินวจีวิญญัติ ผมขอความกระจ่างแนะนำด้วยครับ


๑๖. กระผม ขออัญเชิญเส้นเกศาหลวงปู่ไว้เคารพสักการะแทนองค์หลวงปู่ไม่ได้ คิดนอกเหนือไปจากนี้ กระผมขอเกศาหลวงปู่มาด้วยความเคารพสักการะ จะได้เป็นที่ระลึกถึงหลวงปู่ซึ่งเกศาหลวงปู่ก็ได้เคยเป็นส่วนหนึ่งหลวงปู่ ซึ่งกระผมก็ไม่มีโอกาสจะได้กราบตัวจริงหลวงปู่ กระผมหวังว่าหลวงปู่คงจะเข้าใจ และมีเมตตาต่อกระผมผู้ไม่มีโอกาส


๑๗. พระเครื่องต่างๆที่เกจิอาจารย์ดังๆ ทั่วไปได้จัดทำขึ้นบ้างก็ทำมาหลายร้อยปีแล้ว บ้างก็เป็นพันปีบ้างก็เพิ่งทำขึ้นเต็มท้องตลาดเต็มประเทศไปหมดจนไม่ทราบว่าจะเลือกแขวนองค์ไหน รุ่นไหนดีนั้นมีอิทธิฤทธิ์ให้ผลในแง่อยู่ยงคงกระพันเมตตามหานิยม หรือโชคลาภต่างๆ จริงหรือไม่ครับ และพระบางรูปที่ทำขึ้นผมสังเกตดูท่านก็เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วทำไมท่านยังทำสิ่งเหล่านี้ออกมาอีกถือเป็นเรื่องผิดพระวินัยหรือไม่และมีความสมควรแค่ไหน เพียงใด ในอดีตพุทธกาลมีการทำพระเครื่องมาหรือไม่ มีผลเป็นที่น่าอัศจรรย์จริงหรือไม่


๑๘. พระอานาปานสติเฉพาะตัวหลวงปู่มีเคล็ดหรืออุบายอย่างไรบ้างเพื่อความงอกงามของศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ ญาณทัสนะเป็นพิเศษ


๑๙. ปัจจุบันมีเกจิอาจารย์จำนวนมาก ที่สร้างพระเครื่อง ปลุกเสก ปลุกพระทั้งเพื่อประโยชน์แก่ศาสนาและอื่นๆ ไม่ทราบว่าผิดหลักพุทธศาสนาหรือไม่ในความเห็นของหลานๆคือการสร้างพระขายนี้อย่างน้อยคนก็ได้ทำบุญโดยมีสิ่งของตอบแทน มีพระเป็นที่ยึดเหนี่ยวประกอบกุศลกรรม (ถ้าไม่ทำแบบขายพาณิชย์) ติดพระเครื่องก็ยังดียังดีกว่าติดเหล้า ติดยา ติดการพนัน ฯลฯ ข้อเสียติดวัตถุจนลิมธรรมซึ่งมีค่าประมาณมิได้หลานอยากทราบทัศนคติธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ เพราะคนทุกวันนี้ติดวัตถุกันมากเหลือเกิน (รวมทั้งหลาน) ครับ


๒๐. อีกประเภทหนึ่ง ถามว่าท่านทำนิโรธสมาบัติเพื่อประโยชน์อันใด


๒๑. พระผู้มีอภิญญาสูงเมื่อเป่าขมัยจับหัวโดยแผ่บารมีเมตตาช่วยได้จริงเพราะท่านมีฤทธิ์เดช ถูกต้องเพียงใด



< กลับ >
( จำนวนคนอ่าน 831 คน )
         
• เสียงเทศน์หลวงปู่ชา สุภัทโท • ปุจฉา-วิสัชนา • ความผิดในความถูก • พระพุทธรูปในเมืองไทย • ติดต่อเว็บไซต์
• เสียงเทศน์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโณ • ข่าวประชาสัมพันธ์ • นอกเหตุเหนือผล • ประวัติพระสงฆ์ไทย • สมุดเยี่ยม

• แกลเลอรี • หนังสือน่าอ่าน   • แผนผังเว็บไซต์
         
เว็บไซต์เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและพุทธบูชา :: วศิน เตยะธิติ © 2557